10 ห้ามพลาด รัสเซียหน้าร้อน

รัสเซีย หนึ่งในมหาอำนาจของโลกฉายา “หมีขาว” กลายเป็นประเทศยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยผู้ไม่กลัวความหนาว ทั้งด้วยจุดขายของสถาปัตยกรรมอันงดงามวิจิตรตระการตา ประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรยาวนาน เร็วๆ นี้ยังเพิ่มจุดขายการเป็นแหล่งชมปรากฏการณ์ธรรมชาติคือแสงเหนือในราคาครึ่งเดียวของการไปเห็นที่นอร์เวย์หรือไอซ์แลนด์ เมื่อบวกกับแรงหนุนที่ไม่ต้องขอวีซ่า รัสเซียก็พุ่งติดอันดับขวัญใจชาวไทยในทันที นอกจากนี้ราคาทัวร์รัสเซียก็ย่อมเยาว์มาก 2 หมื่นปลายหรือบางช่วงก็ 3 หมื่นต้น เราก็ข้ามทวีปไปสัมผัสประเทศมหาอำนาจที่ขึ้นชื่อว่ามีนักเทนนิสสาวสวยมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลกทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่าหน้าร้อนซึ่งไม่มีแสงเหนือให้ชม 10 อย่างไหนที่ไม่ควรพลาด
มอสโคว์ (Moscow)

1. วิหารเซนต์เบซิลและจัตุรัสแดง (Saint Basil & Red Square)
จัตุรัสแดง (Red Square) ณ.ใจกลางกรุงมอสโก ไม่เพียงเป็นเสมือนศูนย์กลางของเมืองหลวงแต่อาจจะเป็นของทั้งประเทศรัสเซียด้วยซ้ำ เพราะไม่เพียงถนนสายสำคัญของเมืองจะตั้งต้นที่จัตุรัสแห่งนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสุสานวลาดิมีร์ เลนิน และมหาวิหารเซนต์เบซิล (Saint Basil) อันเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศนี้ เปรียบได้กับหอไอเฟลที่เป็นตัวแทนประเทศฝรั่งเศส กษัตริย์อีวานจอมโหดสั่งให้สร้างขึ้นและให้ควักดวงตาของสองสถาปนิกผู้ออกแบบวิหารนี้เพื่อไม่ให้ออกแบบสิ่งก่อสร้างใดๆ ได้อีก หากมารัสเซียแล้วสามารถเห็นสถานที่สำคัญเพียงแห่งเดียว ก็ต้องเป็นโบสถ์แห่งนี้นั่นเอง จัตุรัสแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1990

2. พระราชวังเครมลิน (Kremlin)
อดีตเป็นพระตำนักของซาร์ในมอสโก คือการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของรัสเซียในยามก่อสร้าง ทำเลอยู่ติดกับจัตุรัสแดงและริมแม่น้ำมอสควา ได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1990 อาณาบริเวณอันกว้างขวาง รายล้อมด้วยกำแพงความยาว 2.25 กิโลเมตร มีสถานที่ทางราชการและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมายอย่างพิพิธภัณฑ์อาร์มเมอรี (Kremlin Armoury) อันเป็นที่เก็บสมบัติล้ำค่าของกษัตริย์รัสเซีย มีโบสถ์อัสสัมชัญ (Dormition Cathedral/ Assumption Cathedral) ซึ่งใช้ในการประกอบพิธีราชาภิเษก มีป้อมปืนใหญ่ หอระฆังพระเจ้าอีวาน และระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเป็นสถานที่ที่โปรแกรมทัวร์ใดๆ ก็ต้องมีอยู่ในรายการ

3. สถานีรถไฟใต้ดิน (Moscow Metro Station)
ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะสารพัดประโยชน์ นอกจากจะสำหรับการขนส่งมวลชนตามปกติแล้ว ในยามสงครามยังเป็นหลุมหลบภัย และในยามสงบ ความสวยงามทางสถาปัตยกรรมถือว่าลำดับต้นๆ ของโลกจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปในตัว

4. ถนนอารบัท (Arbat Street)
ถนนช้อปปิ้งสายหลักของมอสโคว์ เลือกซื้อสินค้า ของที่ระลึกพื้นเมืองเช่น ผ้าพันคอ หมวกงานไม้แกะสลัก กล่องดนตรี คาร์เวียร์ เหล้าว๊อดก้า นาฬิการัสเซีย กล้องส่องทางไกล ช็อกโกแลต ที่พลาดไม่ได้คือตุ๊กตามาทรอสก้า (Matryoshka) หรือตุ๊กตาแม่ลูกดก ของฝากสำคัญแห่งรัสเซียนั่นเอง

5. ห้างสรรพสินค้ากุม (Gum)
ห้างขายสินค้าแบรนด์เนมหรูที่สุดแห่งมอสโก บรรดาเศรษฐีอยากช็อปของหรูก็ต้องมาที่นี่ จึงไม่ต้องแปลกใจที่โปรแกรมทัวร์มักต้องรวมที่นี่ในรายการ เพราะนอกจากให้ลูกทัวร์ได้ช็อปคลายเครียดแล้ว ต่อให้ไม่ใช่ขาช็อปก็จะได้ตื่นตากับการออกแบบที่หรูหราอลังการณ์
圣彼得堡(Saint Petersburg)

6. พระราชวังฤดูหนาว (Winter Palace) หรือพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (Hermitage)
สถานที่สำคัญอันดับหนึ่งหากมาเยือนเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคอประวัติศาสตร์ เพราะที่นี่คือสถานที่รวบรวมงานศิลปะล้ำค่าใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เป็นรองเพียงพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในด้านขนาดพื้นที่
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมเป็นพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์รัสเซียระหว่างปี 1732-1917 โดย พระนางแคทเธอรีนที่ 2 มหาราช ผู้ขึ้นครองราชย์ในปี 1762 เป็นผู้ให้สร้างห้องอันเป็นส่วนหนึ่งของเฮอร์มิเทจและเป็นผู้สะสมงานศิลปะล้ำค่ามากมายจนเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ เฮอร์มิเทจประกอบด้วยห้องต่างๆ มากกว่า 1,050 ห้อง เก็บรวบรวมงานศิลปล้ำค่าของโลกกว่า 8 ล้านชิ้น รวมทั้งภาพเขียนของจิตรกรเอกโลกอาทิ ลีโอนาโด ดาวินซี่ ปีกัสโซ แรมบรันด์ แวนโกห์ เป็นต้น สถานที่แห่งนี้ยังเคยใช้เป็นที่รับรองการเสด็จเยือนรัสเซียของรัชกาลที่ 5 ของไทยในการเจริญสัมพันธไมตรีไทยรัสเซีย พร้อมทั้งทรงร่วมฉายพระฉายาลักณ์ กับพระเจ้าซาร์ นิโคลัส ที่ 2 ของรัสเซียอีกด้วย ทัวร์รัสเซียที่พามาเที่ยวเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ร้อยทั้งร้อยก็จะต้องพามาชมที่นี่ ความแตกต่างของแต่ละโปรแกรมจึงอยู่ที่โปรแกรมใดใช้เวลาที่นี่เท่าไหร่ มากพอที่จะให้เราได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของพระราชวังและพิพิธภัณฑ์แห่งนี้หรือไม่

7. พระราชวังแคทเธอรีน (Catherine Palace)
พระราชวังสไตล์โรโกโก (Rococo) แห่งนี้อยู่ในเมือง Tsarskoye Selo หรืออีกชื่อหนึ่งคือพุชกิ้น (Pushkin) ห่างจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กไปทางใต้เพียง 30 กิโลเมตร ในอดีตเป็นพระราชวังฤดูร้อนของซาร์แห่งรัสเซีย สร้างในปี ค.ศ. 1717 ในรัชสมัยของจักรพรรดินีเยกาเจรีนาที่ 1 หรือแคทเธอรีนที่ 1 แห่งรัสเซีย
ไฮไลท์ของพระราชวังแห่งนี้คือห้องอำพัน (Amber Room) เป็นสุดยอดงานศิลป์ ยุคศตวรรษที่ 18 อันประมาณค่ามิได้ เดิมทีห้องนี้อยู่ที่กรุงเบอร์ลิน ต่อมากษัตริย์ฟรีดริชที่ 1 แห่งปรัสเซียได้มอบเป็นของขวัญแก่ Tsar Peter the Great แห่งรัสเซียผู้เป็นพันธมิตร ห้องนี้ประกอบด้วยแผ่นไม้โอ๊กขนาดใหญ่หกชิ้นเนื้อที่ 55 ตารางเมตร ประดับด้วยอำพันมากถึง 6 ตัน พร้อมกระจกผนังและโมเสก อัญมณีมีค่าจากอิตาลี ในอดีตถึงขั้นได้รับการขนานามว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ห้องอำพันที่เห็นอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันราคาประเมินคร่าวๆ มากกว่า 142 ล้านดอลล่าห์

8. พระราชวังฤดูร้อนเปโตรควาเรสต์ หรือปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof)
พระราชวังที่ตั้งอยู่ชานเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแห่งนี้ถือเป็น “แวร์ซายแห่งรัสเซีย” ด้วยความงดงามที่จงใจเทียบชั้นความยิ่งใหญ่ของต้นแบบที่ฝรั่งเศส พระราชวังแห่งนี้สร้างในสมัยซาร์ปีเตอร์มหาราช ภายในพระราชวังประกอบด้วยพระที่นั่งหลายองค์และอุทยานหลายแห่ง ตกแต่งสถาปัตยกรรมบาโรก ที่ห้ามพลาดคือสวนสวยท่ามกลางกองทัพน้ำพุ

9. มหาวิหารเซ็นต์ไอแซค (Saint Isaac's Cathedral)
วิหารนิกายออร์ธอดอกซ์ (Orthodox) ใหญ่ที่สุดของเมืองและอันดับ 4 ของโลก ยอดโดมสูงจากพื้น 100 เมตรและปิดด้วยทองคำแท้หนักมากถึง 100 กิโลกรัม ภายในมีรูปภาพที่สร้างด้วยโมเสคสวยงามรูปเขียนไอคอนโบสถ์ ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นที่นับถือของชาวเมืองมากเนื่องจากครั้งหนึ่ง เมืองนี้ได้ถูกถล่มด้วยระเบิดของทหารนาซีจนราบคาบไปทั้งเมือง แต่วิหารเซ็นต์ไอแซค แห่งนี้กลับอยู่รอดปลอดภัย

10. พระราชวังนิโคลัส (Grand Duke Nicolas' Palace)
ที่เที่ยวปิดท้ายสำหรับเช็คลิสต์นี้เป้าหมายหลักไม่ใช่เพื่อชมความอลังการของวัง เพราะมิอาจเทียบกับพระราชวังอื่นที่เอ่ยถึงก่อนหน้าได้ แต่เป็นที่ๆ เราสามารถได้ประสบการณ์กาลาดินเนอร์อย่างหรูในวังพร้อมชมการแสดงพื้นเมืองที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของรัสเซียในอดีตในอีกมิติหนึ่ง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับค่ำคืนส่งท้ายการเที่ยวรัสเซียก่อนเดินทางกลับบ้าน
เนื่องจากเป็นไฮไลท์ระดับหรูหรา ทัวร์รัสเซียจึงมีเฉพาะบางโปรแกรมที่จะมีรายการนี้ การเลือกทัวร์ที่เจาะจงให้มีรายการกาลาดินเนอร์ทำได้ง่ายโดยใช้คำว่า “พระราชวังนิโคลัส” หรือคลิกลิงค์นี้ก็จะพบทั้งหมดที่มีในระบบ
ขอให้เที่ยวรัสเซียอย่างมีความสุขทุกท่าน หากต้องการหาทัวร์รัสเซียก็เพียงแค่คลิกลิงค์นี้ จะพบมากกว่า 20 รายการ ซึ่งรวบรวมจาก 8 บริษัททัวร์ชั้นนำมาให้แล้ว ราคาเริ่มต้นเพียง 37,900 บาท
หรือหากเลือกไม่ถูก เรามี 5 ทัวร์รัสเซียเด็ดมาแนะนำ 点击这里
Let’s Go!

letsgotour.net@gmail.com


ID:@letsgo
预订北疆旅游团前必知的5件事
北疆正当红,以喀纳斯为“吸铁石”,还有泰国人从小就熟悉的“阿尔泰山脉”——课本里常说泰国人来自阿尔泰山脉,不管真假,这座山脉就在北疆,靠近布尔津。北疆的景点可谓“自然美景大集合”:森林、国家公园、沙漠、峡谷、雪山、湖泊、草原一应俱全;此外还有多民族文化资源,我们熟悉的有维吾尔、哈萨克、蒙古等民族,以及其他族群。
去土耳其旅行,到底该看哪一匹特洛伊木马(Trojan Horse)?
土耳其是一个横跨两大洲、拥有悠久文明历史的国家,近几年成为泰国游客热门且持续升温的旅游目的地。同时,这里也是《伊利亚特》中“特洛伊(Troy)战争”史诗的发生地,我们大多都不陌生——不论是从课本、口耳相传的故事,还是好莱坞电影《特洛伊》(Troy,2004)中认识的。对网民来说,看到“特洛伊木马”(Trojan Horse)这个名字可能会觉得毛骨悚然,因为它也是病毒或窃取信息程序的名称,可能导致电脑使用出现问题。无论你是从哪里知道它的,若有机会去土耳其旅行,当然也想亲眼看看这匹木马的传说发源地。但……在媒体或照片中常见的那匹木马其实有两座,我们应该去看哪一座呢?
亚美尼亚7个不可错过的旅游景点
亚美尼亚(Armenia),正式名称为亚美尼亚共和国(Republic of Armenia),位于高加索山脉以南,与格鲁吉亚和阿塞拜疆接壤。但作为泰国游客的旅游目的地,它仍远不如格鲁吉亚热门。主要原因是仍需申请签证,且航班出行也没那么便利。不过也有与格鲁吉亚搭配的旅游团行程可选。若你还不知道亚美尼亚有什么值得去的地方,这里就能找到答案:以下是前往亚美尼亚旅行时不可错过的7个景点/打卡点。