ใช้ชีวิตดั่งเทพนิยายที่หมู่บ้าน Shirakawagoกันเถอะ



作者: ลูกเป็ดน้อยวันที่ 24 เมษายน 2560admin แก้ไข

วันนี้มีสถานที่น่าสนใจมากมาแนะนำกันค่ะ นั่นก็คือ “หมู่บ้านชิราคาวาโกะ(Shirakawago)”  ปล่อยวางความวุ่นวายทุกอย่างในชีวิต แล้วไปเที่ยวท่ามกลางหุบเขาที่แสนเงียบสงบกันเถอะ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับหมู่บ้านแห่งนี้กันซักเล็กน้อย  เพื่อให้การท่องเที่ยวของเรามีเรื่องราวและมีความหมายมากขึ้น

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ(Shirakawago) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาในเมืองโอโนะ จังหวัดกิฟุ ผู้คนที่นี่เคยมีวิถีชีวิตเรียบง่าย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ รายล้อมไปด้วยทุ่งนา และป่าเขา  เรียกได้ว่าเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างลงตัว ทำให้ UNESCO ได้เห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของที่นี่ และยกย่องให้เป็นหมู่บ้านมรดกโลก ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และรักษาไว้จนทำให้หลายคนรู้จักกันในนามของ"หมู่บ้านมรดกโลก”  

 

ในหมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านที่มีลักษณะโดดเด่น เรียกว่าสถาปัตยกรรมแบบ “กัสโซ” (Gassho-style houses) โดยมีหลังคาเป็นรูปทรงแหลมๆคล้ายกับการพนมมือ ซึ่งจะทำเป็นรูปสามเหลี่ยมหนาๆ ทำให้ในฤดูหนาวหิมะที่ตกลงบนหลังคาไหลลงข้างล่างได้สะดวก นอกจากนี้ยังทำให้ตัวบ้านอบอุ่นอีกด้วย

 

วันนี้ขอแนะนำเทคนิคการเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ให้คุ้มแสนคุ้ม ได้ทั้งเที่ยวและได้ความรู้ไปพร้อมๆกัน รับรองว่าจะเป็นความทรงจำที่ดีงามไม่รู้ลืมแน่นอน

 

ก่อนอื่นเมื่อมาถึงที่นี่แล้วเราจะได้ข้ามสะพานเพื่อเข้าไปในหมู่บ้านกัน แบบนี้ และเมื่อข้ามสะพานแห่งนี้ไป ก็จะเหมือนเราได้ข้ามผ่านกาลเวลาไป เพื่อไปเจอกันอีกฝั่งที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย …แล้วจะรอช้ากันทำไม  เข้าไปสำรวจอีกฝั่งกันเลยดีกว่า

 

เมื่อได้ข้ามไปยังฝั่งของตัวหมู่บ้านกันแล้ว ก็จะเห็นบ้านเรือนที่มีหลังคาทรงสามเหลี่ยม ในสไตล์กัสโซ มากมายแทรกอยู่ทั่วไปท่ามกลางทุ่งนา ที่รายล้อมไปด้วยหุบเขา เหมือนได้หลุดเข้ามาอยู่ในอีกโลกจริงๆ 

หากกำลังสงสัยว่าบ้านเรือนเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกัน อย่ารอช้า ตามมาเลยค่ะ เพราะเราจะพาไปที่ “บ้านวาดะ” 

 

“บ้านวาดะ” บ้านที่หลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้ที่เปิดในนักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมวิถีชีวิตของผู้คน ผ่านร่องรอยการใช้ชีวิตและข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน โดยมีค่าเข้าชมท่านละ 300 เยน

ไปดูภายในบ้านว่ามีการจัดสรรพื้นที่อยู่อย่างไรบ้าง

ชมระเบียงบ้านที่แสนน่าอยู่

ดูวิวสวยๆของหมู่บ้านผ่านหน้าต่าง

 

หากใครยังไม่จุใจก็ยังมีบ้านอีกหลายหลังที่เปิดให้ได้เข้าชมกัน

 

บ้านคันดะเกะ มีค่าเข้าชม 300 เยน เช่นกัน

เตาภานในบ้านคันดะเกะ

พื้นที่ทำงานในบ้านคันดะเกะ

 

ทางทิศเหนือของหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของ วัดเมียวโอะเซนจิ ที่มีหลังคาของซุ้มทางเข้าหอระฆังเป็นแบบสามเหลี่ยมสไตส์กัสโซ เช่นเดียวกับหลังคาบ้านหลายหลังในหมู่บ้านแห่งนี้

 

ประตูหอระฆังวัดเมียวโอะเซนจิ

 

ทางเดินในหมู่บ้านยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกในแบบของชิราคาวาโกะ ให้เลือกซื้อเลือกชมกันอีกด้วย

 

ร้านขายของในวันที่หิมะตก ก็สวยไปอีกแบบ

ตุ๊กตา “ซารุโบโบ” ก็เป็นของฝากยอดฮิตของที่นี่ มีความเชื่อว่าเป็นเครื่องรางตุ๊กตาไร้หน้าที่คอยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่างๆ และนอกจากนี้ยังคอยช่วยให้ชีวิตคู่ราบรื่นอีกด้วย

ซื้อบ้านหลังเล็กๆในแบบกัสโซไปฝากเพื่อนๆหรือคนที่เรารัก ก็เป็นอะไรที่เก๋ไปอีกแบบเหมือนกัน

 

ใครเดินเที่ยวเล่นเพลินๆแล้วอย่าลืมสังเกตสายน้ำเล็กๆที่ไหลผ่านหมู่บ้านกันนะ ขอบอกว่าน้ำใสมาก จนมองเห็นตัวปลาที่แหวกว่ายอยู่ในสายน้ำอย่างพลิ้วไหวเลยแหละ

 

และที่นี่ยังมีจุดชมวิว ที่ชิโรยาม่า ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด สามารถเห็นหมู่บ้านได้ในมุมกว้าง เป็นมุมที่สวยมากๆเลยทีเดียวค่ะ

ใครจะเดินขึ้นมาเองก็ได้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่ก็สามารถขึ้นรถบัสมาได้เหมือนกัน ในราคา 200 เยน

 

สำหรับตอนกลางคืน จะมีการจัดแสดงไฟสวยๆในช่วงต้นปี ที่เรียกว่า “Shirakawago light up” แต่ขอบอกก่อนว่าไม่ได้มีจัดแสดงกันทุกวันนะ สำหรับตารางการจัดแสดงสามารถดูได้ที่ >>http://lightup.asia/schedule/?lang=en

 

Shirakawago light upนั้นไม่ได้มีการจัดแสดงกันทุกวัน เพราะมีแค่ช่วงต้นปีและจัดแค่บางวันเท่านั้น งานนี้จึงอาจต้องพึ่งตัวช่วยค่ะ ฉะนั้นใครที่อยากเที่ยวให้คุ้มจริงๆ ได้เห็นการจัดแสดงไฟสวยๆแบบนี้แนะนำให้เลือกทัวร์ดีๆซักทัวร์ค่ะ ถ้าไม่ได้วางแผนดีๆแล้วบางทีอาจไม่ได้ชม เพราะหากไม่ค้างคืนอาจต้องออกจากบริเวณหมู่บ้านก่อนห้าโมงเย็น และอาจพลาดโชว์ดีๆแบบนี้ไปด้วย

ก่อนอื่นต้องสอบถามกับทางทัวร์ให้เรียบร้อยว่าในโปรแกรมทัวร์มี Shirakawago light up หรือไม่ ถ้ามีก็ลุยโลดดดด

สำหรับการจองทัวร์นั้นมีให้เลือกมากมาย และค่อนข้างที่จะอำนวยความสะดวกให้อย่างมาก บางทัวร์เราไม่ต้องเสียค่าเข้าชมในบ้านต่างๆเลย เพราะรวมอยู่ใน แพคเกจแล้ว มีบริการอาหารดีๆทำให้ไม่ต้องเดินหาให้เมื่อย การเดินไกลๆบางที่เช่นการเดินไปจุดชมวิวชิโรยาม่า ทัวร์ก็อาจมีบริการรถบัสทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเดินหรือเสียค่ารถบัสอีกด้วย

นอกจากนี้ความรู้และข้อมูลต่างๆที่เราอยากรู้เราก็สามารถถามไกด์ได้เลย เพราะมาเที่ยวแบบนี้อาจทำให้เราอยากทราบข้อมูลต่างๆมากมาย และบางทีป้ายที่เขาจัดไว้ให้ก็ตอบคำถามเราได้ไม่หมด พี่ไกด์ใจดี จะเป็นคนให้ความรู้เราได้ตลอดเวลา

 

เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเที่ยวกันแบบไหนฤดูไหน เวลาไหน

ก็ขอให้มีความสุขกับการเที่ยวที่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ค่ะ

อยากเที่ยวทัวร์ อย่าลืมเทียบทัวร์

 

< 阅读下一篇阅读上一篇 >

登录后才能评论
  • 邀你去逛青岛啤酒博物馆

    国际范的青岛啤酒博物馆(Tsingtao Brewery Museum)一边细品啤酒泡沫,一边走进中国啤酒的国际级历史。如今谁都想去青岛旅行,而这座城市必打卡的景点之一,非青岛啤酒博物馆莫属——它也是让“青岛”之名响彻世界的重要载体之一。相信有不少人(也许包括你?)是先认识青岛“啤酒”,才认识青岛“城市”。

    作者:Adminโก้ - 日期:2568年12月09日
  • 第比利斯(格鲁吉亚)33个拍照打卡点

    格鲁吉亚是泰国游客很热门的目的地:既有欧洲风情,花费又便宜,而且还免签。光是格鲁吉亚首都第比利斯就有很多拍照打卡点。谁要是有较长的旅行时间,应该能把这些景点都逛个遍。来看看都有哪些地方吧。

    作者:Admin Go - 日期:2023年4月11日
  • 5个理由:为什么大家都涌去普吉岛的“班阿乔”游玩

    班阿乔这座古老的“Ang Mor Lao”,虽然现在是普吉岛最火的旅游点之一,但对更广泛的大众市场来说,与神仙半岛、普吉大佛、他朗路、芭东海滩等这些被疯狂打卡到“烂”的顶级景点相比,它仍算是一个“隐藏版/小众”景点。部分原因在于它的位置相对偏僻,不在市区也不靠近热门海滩,而是在迈考分区,位于从机场前往沙拉信桥的路上。多数游客抵达机场后通常会往南走多于往北走。不过,对于去过普吉岛、主要景点都已打卡完、并想寻找不同体验的游客来说,不妨看看为什么班阿乔应该成为下一个不容错过的打卡点。

    作者:Admin Go - 日期:2023年3月3日